LUADLAI · งบประมาณและวางแผนโครงการ
บ้านที่ดีเริ่มจากการตกลงให้ชัดว่า ใครทำอะไร ใช้วัสดุแบบไหน และจ่ายเงินเมื่อผลงานถึงขั้นใด
เลือกผู้รับเหมาอย่างไรให้รอบคอบ? เมื่อได้แบบบ้านและงบประมาณแล้ว อย่าเพิ่งตัดสินจากยอดท้ายใบเสนอราคาเพียงอย่างเดียว เพราะราคาที่ต่างกันอาจเกิดจากขอบเขตงาน วัสดุ และรายการที่รวมอยู่ไม่เหมือนกัน ก่อนเซ็นสัญญาหรือโอนเงิน ลองตรวจตามขั้นตอนนี้ เพื่อให้คุยกันรู้เรื่องและลดข้อขัดแย้งระหว่างก่อสร้าง
1. ตรวจตัวตนให้ตรงกับคนรับงานและรับเงิน
ขอชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลติดต่อให้ครบ พร้อมตรวจว่าใครเป็นคู่สัญญาและใครมีอำนาจลงนาม หากจ้างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน ให้ตรวจหนังสือรับรองและข้อมูลผ่าน DBD DataWarehouse+ ประกอบ
การจดทะเบียนยืนยันข้อมูลตัวตนส่วนหนึ่ง แต่ยังต้องดูผลงาน ทีมงาน และความสามารถในการรับงานเพิ่มเติม
- ชื่อผู้รับจ้างในสัญญา
- ผู้ลงนามหรือผู้ได้รับมอบอำนาจ
- ชื่อบัญชีรับเงินและหลักฐานรับเงิน
หากให้โอนไปบัญชีบุคคลอื่น ควรขอคำชี้แจงและเอกสารยืนยันความเกี่ยวข้องก่อน
2. ดูงานจริง และถามเจ้าของบ้านที่เคยใช้บริการ
ภาพผลงานช่วยให้เห็นรูปแบบงาน ส่วนการดูหน้างานจริงช่วยให้เห็นวิธีทำงาน ควรขอดูทั้งงานเสร็จแล้วและงานที่กำลังก่อสร้าง โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของสถานที่
- ใครรับผิดชอบหน้างาน และติดต่อได้อย่างไร?
- แจ้งความคืบหน้าและปัญหาบ่อยแค่ไหน?
- งานเพิ่มมีราคาให้ตกลงก่อนทำหรือไม่?
- ส่งมอบและกลับมาแก้ข้อบกพร่องอย่างไร?
สอบถามประสบการณ์หลังเข้าอยู่ด้วย เพราะคุณภาพบริการยังสำคัญหลังวันส่งมอบ
3. เปรียบเทียบบนขอบเขตงานเดียวกัน
ส่งแบบ รายการวัสดุ และขอบเขตงานชุดเดียวกันให้ผู้รับเหมาแต่ละราย แล้วตรวจว่าข้อเสนอรวมรายการเหล่านี้หรือยัง
| รายการที่ควรถาม | สิ่งที่ต้องระบุให้ชัด |
|---|---|
| งานเตรียมพื้นที่ | รื้อถอน ถมดิน ขนทิ้ง รวมแค่ไหน |
| งานฐานราก | ใช้ข้อมูลและสมมติฐานใดเสนอราคา |
| วัสดุ | ยี่ห้อ รุ่น ขนาด หรือเกณฑ์คุณภาพ |
| ระบบไฟฟ้าและประปา | จำนวนจุด อุปกรณ์ และขอบเขตติดตั้ง |
| งานภายนอก | รั้ว ทางเดิน ระบายน้ำ และที่จอดรถ |
| ค่าใช้จ่ายประกอบ | ภาษี ค่าดำเนินการ และรายการที่เจ้าของบ้านจ่ายเอง |
คำว่า “เหมารวม” ควรแจกแจงว่ารวมอะไร และไม่รวมอะไร
อ่านประกอบ: BOQ คืออะไร? เจ้าของบ้านควรอ่านอย่างไร
4. สัญญาต้องบอกได้ว่า “งานเสร็จ” หมายถึงอะไร
สัญญาควรมีรายละเอียดให้ตรวจสอบได้ ไม่ปล่อยให้แต่ละฝ่ายเข้าใจคำเดียวกันคนละแบบ ก่อนลงนามให้ตรวจอย่างน้อยดังนี้
- คู่สัญญาและสถานที่ก่อสร้าง
- แบบ BOQ และรายการวัสดุฉบับที่ตกลงใช้
- ราคาค่าจ้าง ภาษี และรายการที่ไม่รวม
- หน้าที่จัดหาวัสดุและดำเนินการขออนุญาต
- วันเริ่ม ระยะเวลาก่อสร้าง และเงื่อนไขขยายเวลา
- งวดงาน หลักเกณฑ์ตรวจรับ และกำหนดชำระเงิน
- ขั้นตอนอนุมัติงานเพิ่ม–ลด
- การแก้งานบกพร่อง รับประกัน และบอกกล่าวเมื่อผิดสัญญา
สคบ. มีประกาศควบคุมสัญญารับจ้างก่อสร้างอาคารเพื่อการอยู่อาศัย พ.ศ. 2559 และประกาศควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงินสำหรับธุรกิจให้บริการต่อเติมอาคารเพื่อการอยู่อาศัย พ.ศ. 2566 ต้องพิจารณาขอบเขตที่ใช้กับงานแต่ละประเภทให้ถูกต้อง
อ่านคำอธิบายจาก สคบ.5. แบ่งงวดจ่ายตามผลงานที่ตรวจรับได้
จำนวนงวดควรเหมาะกับลำดับงานและมูลค่าโครงการ ไม่มีจำนวนงวดเดียวที่เหมาะกับบ้านทุกหลัง ควรกำหนดผลงานที่ต้องเสร็จและวิธีตรวจรับให้สัมพันธ์กับยอดเงิน
| ข้อความที่ยังคลุมเครือ | แนวทางระบุให้ตรวจสอบได้ |
|---|---|
| จ่ายเมื่อเริ่มงานโครงสร้าง | ส่วนของโครงสร้างและขอบเขตที่ต้องแล้วเสร็จ |
| จ่ายเมื่องานระบบเสร็จ | ระบบ พื้นที่ และผลทดสอบที่ต้องส่ง |
| จ่ายเมื่องานเกือบเสร็จ | รายการที่ต้องครบและงานค้างที่ยอมรับร่วมกัน |
| จ่ายงวดสุดท้ายเมื่อส่งบ้าน | การตรวจรับ แก้ไขงาน และเอกสารส่งมอบ |
ตัวอย่างนี้เป็นแนวทางเขียนเงื่อนไข ไม่ใช่ตารางงวดเงินสำเร็จรูปสำหรับทุกโครงการ
หากมีเงินล่วงหน้า ให้ระบุวัตถุประสงค์และวิธีหักคืนจากงวดงาน หากตกลงกันเงินประกันผลงาน ให้เขียนจำนวน เงื่อนไข และกำหนดคืนให้ชัด
6. ก่อนโอนแต่ละงวด ตรวจให้ครบ 5 อย่าง
- ผลงานจริง
เทียบกับเงื่อนไขงวดในสัญญา - คุณภาพและผลทดสอบ
ให้ผู้มีความรู้ตรวจงานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญ - งานค้างและข้อบกพร่อง
บันทึกผู้รับผิดชอบและกำหนดแก้ไข - ยอดเบิกสุทธิ
ตรวจงานเพิ่ม–ลดและเงินล่วงหน้าที่ต้องหัก - หลักฐานให้ครบ
ใบขอเบิก บันทึกตรวจรับ ภาพถ่าย สลิป และใบรับเงิน
งานที่จะถูกปิดทับ เช่น เหล็กเสริมก่อนเทคอนกรีตหรือท่อก่อนปิดผิว ควรวางแผนตรวจในเวลาที่เหมาะสม ก่อนมองไม่เห็นรายละเอียด
7. เปลี่ยนงานเมื่อไร ตกลงราคาและเวลาก่อนทำ
การเปลี่ยนวัสดุ ย้ายตำแหน่ง หรือเพิ่มพื้นที่ อาจกระทบทั้งเงินและเวลา ควรมีเอกสารงานเพิ่ม–ลดระบุว่า เปลี่ยนอะไร เพิ่มหรือลดเงินเท่าไร กระทบวันส่งมอบหรือไม่ และใครอนุมัติเมื่อใด
แม้คุยผ่านแชต ก็ควรรวบรวมรายละเอียดและยืนยันตรงกันก่อนเริ่มงาน
8. สัญญาณที่ควรหยุดตรวจสอบก่อนจ่าย
- เร่งให้โอนโดยไม่แจกแจงขอบเขตงาน
- ขอเบิกนอกงวดโดยไม่มีรายการรองรับ
- เปลี่ยนวัสดุโดยไม่ขออนุมัติ
- ไม่ออกหลักฐานรับเงิน
- ปฏิเสธการตรวจงานหรืออธิบายความคืบหน้าไม่ได้
สิ่งเหล่านี้เป็นเหตุให้ควรสอบถามและตรวจเอกสารเพิ่มเติม ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าผู้รับเหมารายนั้นทุจริต หากเกิดข้อพิพาทควรรวบรวมหลักฐานและขอคำปรึกษาก่อนใช้สิทธิตามสัญญา
เลือกให้ชัด ตรวจให้เป็น แล้วค่อยจ่าย
เรารู้หรือยังว่าใครรับผิดชอบ ทำอะไรให้บ้าง และต้องเห็นผลงานแบบไหนจึงจะจ่ายงวดถัดไป?
เมื่อคำตอบชัดทั้งในสัญญาและหน้างาน เจ้าของบ้านก็ติดตามความคืบหน้าและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
แหล่งข้อมูลประกอบ
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า — DBD DataWarehouse+
- สคบ. — ประกาศควบคุมสัญญารับจ้างก่อสร้างอาคารเพื่อการอยู่อาศัย
- สคบ. — คำอธิบายสัญญาสร้างบ้านและหลักฐานรับเงินงานต่อเติม
บทความนี้เป็นแนวทางเตรียมตัว ไม่ใช่แบบสัญญาสำเร็จรูป การใช้สิทธิต้องพิจารณาสัญญาและข้อเท็จจริงของแต่ละงาน